เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ 08.00-17.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ
เบอร์โทรติดต่อ
/
พาน้องไปทัวร์เซี่ยงไฮ้ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจจริง ๆ

พาน้องไปทัวร์เซี่ยงไฮ้ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจจริง ๆ

พาน้องไปทัวร์เซี่ยงไฮ้ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจจริง ๆ

หลายคนเริ่มจากภาพที่น่ารักมาก จองโรงแรมที่เขียนว่า pet friendly ไว้แล้ว เซฟคาเฟ่ในเซี่ยงไฮ้ไว้หลายร้าน ดูรีวิวคนพาสัตว์เลี้ยงเดินเล่นในเมือง แล้วก็คิดว่าไม่น่ายาก แค่เตรียมกรงขึ้นเครื่องกับเอกสารสุขภาพให้ครบก็น่าจะเดินทางได้เลย โดยเฉพาะคนที่เคยพาน้องเที่ยวในไทยหรือเคยไปประเทศที่กฎผ่อนคลายกว่านี้มาก่อน มักเข้าใจว่าเซี่ยงไฮ้ก็น่าจะใกล้เคียงกัน

แต่ความจริงคือเซี่ยงไฮ้พาน้องไปได้ก็จริง เพียงแต่มีข้อกำหนดบางอย่างที่เข้มกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทั้งเรื่องสายพันธุ์ที่ห้ามเลี้ยงในเมือง เอกสารที่ต้องเริ่มเตรียมล่วงหน้าเป็นเดือน และกฎเกี่ยวกับร้านอาหารที่เปลี่ยนไปในช่วงหลัง หากพลาดบางเรื่อง ผลกระทบอาจไม่ได้จบแค่เปลี่ยนร้านหรือปรับแผนเที่ยว แต่อาจไปถึงขั้นถูกกักกันหรือถูกส่งกลับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึงจีน

Free A busy dog park with people and dogs interacting in an urban setting. Stock Photo

สายพันธุ์ที่ห้ามนำเข้าเซี่ยงไฮ้ มีมากกว่าที่คิด

คนส่วนใหญ่พอได้ยินเรื่องสุนัขต้องห้าม มักนึกถึง Pit Bull หรือ Rottweiler ก่อน ซึ่งก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ในเซี่ยงไฮ้มีรายชื่อสุนัขที่ห้ามเลี้ยงมากกว่า 20 สายพันธุ์ และบางสายพันธุ์ก็เป็นสายพันธุ์ที่คนไทยคุ้นเคย เช่น German Shepherd, Bull Terrier, Doberman และ English Bulldog

จุดที่หลายคนพลาดคือคิดว่าสายพันธุ์ที่เลี้ยงได้ตามปกติในไทยจะพาเข้าเซี่ยงไฮ้ได้ด้วย ทั้งที่ข้อจำกัดของเมืองครอบคลุมถึงการนำเข้าและการอยู่อาศัย ไม่ใช่แค่การเข้าร้านหรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงลูกผสมที่มีสายเลือดของกลุ่มต้องห้ามด้วย ก่อนจองทริปควรตรวจสอบสายพันธุ์ตามเอกสารวัคซีนและพาสปอร์ตสัตว์เลี้ยงให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานปลายทางจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการพิจารณา

  • German Shepherd
    เป็นสายพันธุ์ที่หลายคนเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะถูกใช้งานเป็นสุนัขตำรวจและสุนัขช่วยเหลือในหลายประเทศ ทำให้เจ้าของจำนวนไม่น้อยไม่คิดว่าจะอยู่ในกลุ่มที่เซี่ยงไฮ้จำกัดอย่างชัดเจน
  • Bull Terrier
    มักถูกมองว่าเป็นสุนัขครอบครัวจากรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ในมุมของกฎท้องถิ่น การจัดกลุ่มจะอิงสายพันธุ์มากกว่าพฤติกรรมรายตัว จึงเป็นจุดที่เจ้าของพลาดกันบ่อย
  • Doberman
    เป็นอีกสายพันธุ์ที่พบในบ้านคนไทยอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้านหรือฝึกเชื่อฟังคำสั่ง แม้จะผ่านการฝึกมาอย่างดี แต่ไม่ได้ช่วยให้ข้อจำกัดด้านสายพันธุ์ลดลง
  • English Bulldog
    หลายคนตกใจเมื่อเห็นชื่ออยู่ในรายชื่อ เพราะภาพจำของสายพันธุ์นี้ต่างจากสุนัขที่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง จึงเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เจ้าของมักไม่ทันตรวจสอบก่อนวางแผนเดินทาง
  • Mastiff ทุกชนิดและลูกผสม
    กลุ่ม Mastiff กว้างกว่าที่หลายคนคิด ทั้ง Tibetan Mastiff, Bullmastiff, Spanish Mastiff และ Pyrenean Mastiff จุดที่พลาดกันบ่อยคือบางบ้านรับเลี้ยงหรือซื้อน้องมาโดยไม่มีเอกสารสายพันธุ์ชัดเจน ทำให้ไม่รู้ว่ามีสายเลือด Mastiff ผสมอยู่ เมื่อถึงขั้นตอนตรวจเอกสารหรือยืนยันสายพันธุ์จึงค่อยพบปัญหา

เอกสารเข้าจีนพร้อมสัตว์เลี้ยง ต้องเริ่มเตรียมล่วงหน้าหลายเดือน

เรื่องเอกสารเป็นจุดที่คนมักเริ่มผิดลำดับ หลายคนเริ่มจากเลือกวันเดินทาง จองทัวร์ จองตั๋ว แล้วค่อยถามคลินิกว่าน้องต้องมีเอกสารอะไรบ้าง แต่การพาน้องเข้าจีนต้องให้เวลาเอกสารก่อนเสมอ โดยทั่วไปต้องเตรียมให้ครบพร้อมกัน 4 อย่าง ได้แก่ ไมโครชิปที่อ่านได้ตามมาตรฐานสากล หลักฐานวัคซีนพิษสุนัขบ้า 2 เข็ม ผล Rabies Titer Test และใบรับรองสุขภาพที่ออกใกล้วันเดินทาง โดยใบรับรองสุขภาพต้องออกไม่เกิน 14 วันก่อนถึงจีน และต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขของประเทศปลายทาง

เวลาที่ต้องรอไม่ได้อยู่แค่วันออกเอกสาร เข็มที่ 2 ของวัคซีนพิษสุนัขบ้าต้องเว้นจากเข็มแรกอย่างน้อย 30 วัน การเจาะเลือดตรวจ Rabies Titer Test ต้องทำตามช่วงเวลาที่ถูกต้อง และผลต้องมาจากแล็บที่ปลายทางยอมรับเท่านั้น เมื่อรวมเวลานัดสัตวแพทย์ ฝังไมโครชิป ตรวจประวัติวัคซีน รอผลแล็บ และติดต่อด่านกักกันสัตว์ ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ถึง 4 เดือน ถ้าเอกสารไม่ครบ น้องมีโอกาสถูกกักกัน 30 วัน หรือถูกส่งกลับ และแทบไม่มีพื้นที่ให้แก้ไขหน้างานที่สนามบิน ก่อนคิดเรื่องแผนเดินทาง ควรเริ่มคุยกับสัตวแพทย์ที่ทำเอกสารต่างประเทศและด่านกักกันสัตว์ก่อน เพราะสองจุดนี้จะบอกได้ว่ากรณีของน้องเดินต่อได้จริงไหม

Free Cute Yorkshire Terrier being held in bustling Beijing street. Perfect shot of urban lifestyle. Stock Photo

พาน้องขึ้นเครื่องไปเซี่ยงไฮ้ สายการบินและเงื่อนไขที่ต้องรู้

หลังจากเตรียมเอกสารครบแล้ว ด่านสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องสายการบิน เพราะต่อให้เอกสารผ่านทั้งหมด แต่ถ้าเงื่อนไขการขนส่งสัตว์เลี้ยงของสายการบินไม่ตรงกับน้อง ก็อาจเดินทางไม่ได้อยู่ดี หลายคนเริ่มวางแผนจากโรงแรมหรือสถานที่เที่ยวก่อน แต่ในความเป็นจริง การขึ้นเครื่องคือจุดที่ต้องเช็กให้ละเอียดไม่แพ้เรื่องเอกสาร

สิ่งที่ต้องเช็กกับสายการบินรายละเอียด
รูปแบบการเดินทางอยู่ในห้องโดยสารหรือใต้ท้องเครื่อง ขึ้นอยู่กับสายการบิน
น้ำหนักรวมสัตว์และกรงต้องไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
ข้อจำกัดด้านสายพันธุ์บางสายพันธุ์มีเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือไม่รับขนส่ง
ขนาดกรงหรือกระเป๋าต้องเป็นไปตามมาตรฐานสายการบิน
การสำรองที่ควรจองล่วงหน้า เพราะมีจำนวนจำกัด

เช็กลิสต์ก่อนซื้อตั๋วเครื่องบิน

  • ติดต่อสายการบินโดยตรงเพื่อสอบถามเงื่อนไขล่าสุด
  • ตรวจสอบน้ำหนักรวมของน้องและกรง
  • เช็กขนาดกรงหรือกระเป๋าให้ตรงตามมาตรฐาน
  • สอบถามเอกสารที่ต้องใช้เพิ่มเติมนอกเหนือจากเอกสารเข้าประเทศ
  • สำรองที่สำหรับสัตว์เลี้ยงพร้อมกับการจองตั๋วโดยสาร
  • ขออีเมลหรือเอกสารยืนยันเงื่อนไขจากสายการบินไว้เป็นหลักฐาน

รายละเอียดเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดและแตกต่างกันในแต่ละสายการบิน การเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนจองจึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในวันเดินทางได้มากที่สุด

กฎร้านอาหารในเซี่ยงไฮ้กำลังเข้มขึ้น

เรื่องที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ ช่วงปี 2024 ถึง 2025 เซี่ยงไฮ้เริ่มมีการพูดถึงและบังคับใช้กฎเกี่ยวกับสุนัขในร้านอาหารจริงจังขึ้นกว่าเดิม กฎท้องถิ่นของเซี่ยงไฮ้ระบุว่าห้ามพาสุนัขเข้าไปในสถานที่หลายประเภท รวมถึงพื้นที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ร้านที่เมื่อก่อนดูเหมือนรับน้องเข้าในร้านได้เต็มพื้นที่ หลายแห่งจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นให้นั่งเฉพาะโซนด้านนอก หรือให้รอด้านนอกแทน เพราะถ้ามีการร้องเรียนหรือเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ เจ้าของสุนัขมีโอกาสถูกปรับ ส่วนร้านเองก็เสี่ยงถูกตรวจ ถูกตำหนิ หรือเจอปัญหาด้านกฎและสุขอนามัยตามมา

คำว่า pet friendly ในเซี่ยงไฮ้ตอนนี้จึงต้องอ่านให้ละเอียดมากขึ้น หลายร้านไม่ได้หมายถึงให้น้องเดินเข้าไปนั่งใต้โต๊ะในห้องแอร์ได้เหมือนบางประเทศ แต่อาจหมายถึงนั่งโต๊ะด้านนอกได้ มีชามน้ำให้ หรือรับเฉพาะสุนัขตัวเล็กที่อยู่ในกระเป๋าเท่านั้น หากค้นหาร้านผ่านแอปรีวิวร้านอาหารยอดนิยมของจีน มักจะเจอข้อมูลล่าสุดจากคนที่ไปใช้บริการจริงมากกว่าการค้นหาทั่วไป และแม้ร้านจะมีรีวิวว่ารับสัตว์เลี้ยง ก็ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับทางร้านอีกครั้ง เพราะนโยบายหลายแห่งเปลี่ยนตามข้อกำหนดของอาคารหรือพื้นที่เช่าอยู่เสมอ

Free Cozy tea house in Chengdu, Sichuan with playful dogs and locals enjoying the ambiance. Stock Photo

โซนไหนในเซี่ยงไฮ้เดินพาน้องได้จริง และโซนไหนต้องระวัง

French Concession เป็นย่านที่หลายคนเลือกพาน้องไปเดินในช่วงแรก เพราะบรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลาย มีต้นไม้เยอะ และคนไม่หนาแน่นเท่าแหล่งท่องเที่ยวหลัก จึงเหมาะกับการให้น้องค่อย ๆ ปรับตัวหลังเดินทางมาถึง

ส่วน Jing’an และ The Bund ยังเป็นย่านยอดนิยม แต่มีข้อจำกัดต่างกัน Jing’an มีร้านและคาเฟ่จำนวนมากแต่หลายแห่งอยู่ในอาคารที่มีกฎเฉพาะ ขณะที่ The Bund เหมาะกับการพาน้องไปเดินชมวิวช่วงสั้น ๆ มากกว่า เพราะคนค่อนข้างแน่น โดยเฉพาะช่วงเย็นและวันหยุด

ย่านที่เหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงเดินเล่นในเซี่ยงไฮ้

ตารางด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างย่านที่คนพาสัตว์เลี้ยงไปบ่อยในเซี่ยงไฮ้ โดยนโยบายจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา ร้าน หรือกฎของอาคาร ควรตรวจสอบกับสถานที่อีกครั้งก่อนเดินทาง

สถานที่ ประเภทระดับความเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
French Concessionย่านเดินเล่นสูง เดินเล่นได้สะดวก มีคาเฟ่และพื้นที่นั่งด้านนอกหลายแห่ง
Jing’anย่านเมืองปานกลาง มีร้านจำนวนมาก แต่หลายแห่งอยู่ในอาคารที่มีกฎเฉพาะ
The Bundจุดชมวิวปานกลางถึงต่ำ เดินเล่นได้ แต่คนหนาแน่น ไม่เหมาะกับการอยู่นาน
Xuhui Riversideริมแม่น้ำและสวนสาธารณะสูง เหมาะสำหรับพาเดินออกกำลังกายและพักผ่อน
West Bundพื้นที่ศิลปะและทางเดินริมน้ำสูง มีพื้นที่เปิดโล่ง เดินสบายกว่าย่านท่องเที่ยวหลัก

เลือกแผนเดินทางเซี่ยงไฮ้ให้เหมาะกับทั้งเจ้าของและน้อง

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าพาน้องไปเซี่ยงไฮ้ได้ แต่ต้องเตรียมมากกว่าที่คิด ความรู้สึกนั้นไม่ผิด เพราะการเดินทางกับสัตว์เลี้ยงมีรายละเอียดมากกว่าการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหาร ควรดูว่าแต่ละวันใช้เวลานอกที่พักนานแค่ไหน มีการย้ายที่พักบ่อยหรือไม่ และมีช่วงให้น้องได้พักจริงหรือเปล่า เพราะเรื่องเหล่านี้กระทบการปรับตัวของน้องโดยตรง

Lookmoo Travel มีใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/13373 และมีเส้นทางเซี่ยงไฮ้หลายรูปแบบให้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ หากกำลังวางแผนเดินทาง สามารถเริ่มจากการดูเส้นทางทัวร์เซี่ยงไฮ้ เพื่อดูรายละเอียดแต่ละเส้นทาง แล้วประเมินว่าแบบไหนเหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยมากกว่า เพราะบางครั้งการเลือกแผนที่ไม่อัดสถานที่มากเกินไป อาจทำให้ทั้งเจ้าของและน้องเที่ยวได้จริงกว่าและเหนื่อยน้อยกว่า

คำถามที่คนอยากพาน้องไปเซี่ยงไฮ้มักสงสัย

ถ้าน้องไม่ได้อยู่ในสายพันธุ์ต้องห้าม แต่ตัวใหญ่เกิน ยังพาเข้าเซี่ยงไฮ้ได้ไหม

ถ้าไม่อยู่ในสายพันธุ์ต้องห้าม โอกาสเดินเรื่องจะง่ายขึ้น แต่ขนาดตัวยังมีผลต่อสายการบิน โรงแรม รถรับส่ง และร้านที่ยอมรับน้อง บางร้านรับเฉพาะน้องที่อยู่ในกระเป๋าหรือไม่รบกวนลูกค้าคนอื่น จึงต้องเช็กทั้งกฎเมืองและกฎของผู้ให้บริการแต่ละรายก่อนเดินทาง โดยในทางปฏิบัติ ขนาดตัวมักส่งผลกับเรื่องที่พักและการเดินทางภายในเมืองมากที่สุด เพราะผู้ให้บริการแต่ละแห่งกำหนดเงื่อนไขต่างกันค่อนข้างมาก

Rabies Titer Test คืออะไร และต้องทำที่ไหนถึงจะผ่านด่านจีนได้

Rabies Titer Test คือการตรวจระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้าจากเลือดของน้อง เพื่อยืนยันว่าวัคซีนที่ฉีดไปมีภูมิถึงเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางกำหนด ต้องทำผ่านคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ที่สามารถส่งตรวจไปยังแล็บที่จีนยอมรับได้ แนะนำให้ถามสัตวแพทย์ตั้งแต่แรกว่าเคยทำเอกสารเข้าจีนหรือไม่ เพราะชื่อแล็บ วันที่เจาะเลือด และผลตรวจต้องใส่ในเอกสารให้ถูกต้อง

ถ้าพาน้องไปกับทัวร์เซี่ยงไฮ้ แผนแบบไหนที่เหมาะกับคนมีสัตว์เลี้ยงมากกว่ากัน

แผนที่ควรหลีกเลี่ยงคือแบบที่เปลี่ยนโรงแรมหลายครั้งในทริปเดียว อัดสถานที่ท่องเที่ยวตั้งแต่เช้าถึงค่ำ หรือมีมื้ออาหารในร้านและห้างต่อเนื่องหลายจุด เพราะเจ้าของอาจเข้าได้ แต่น้องกลับไม่มีพื้นที่รอหรือพักระหว่างวัน แผนที่เหมาะกว่าคือการพักโรงแรมเดิมหลายคืน มีช่วงกลับที่พักระหว่างวัน และเลือกกิจกรรมกลางแจ้งสลับกับช่วงพักเป็นระยะ เพราะปัญหาที่เกิดกับสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเดินทางวันแรก แต่มาจากความเหนื่อยสะสมหลังจากต้องปรับตัวต่อเนื่องหลายวันติดกัน