ไปโตเกียวทั้งที หลายคนคิดว่าเรื่องกินน่าจะง่าย เพราะเปิด Google ก็เจอร้านเต็มไปหมด แต่พอถึงเวลาจริงกลับเสียเวลาครึ่งวันกับการหาร้าน อ่านรีวิว เดินวนหน้าร้านที่คิวแน่น หรือเจอร้านปิดแบบไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายก็จบลงที่ร้านคุ้นตาหรืออาหารง่าย ๆ จากสถานีรถไฟเพราะหิวจนไม่มีแรงเลือก
โตเกียวเป็นเมืองที่มีตัวเลือกเยอะมากจนหลายคนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินอะไร เวลาไหน หรือควรแวะตรงจุดใดก่อน ต่อให้เดินทางเองหรือมากับกรุ๊ปทัวร์ หากไม่ได้วางแผนเรื่องอาหารไว้คร่าว ๆ ก็มีโอกาสเสียเวลาไปกับการค้นหาร้านมากกว่าการได้ลองของอร่อยจริง ๆ

เช้าที่โตเกียว ถ้าไม่กินในโรงแรมควรไปที่ไหน
คนไทยจำนวนมากพลาดมื้อเช้าที่โตเกียว เพราะคิดว่าถ้าไม่กินในโรงแรมก็ไม่มีอะไรจริงจังให้กิน ที่จริงแล้วช่วงเช้าเป็นเวลาที่น่ารักมากของโตเกียว ร้านหลายแบบยังไม่แน่น คนทำงานเพิ่งเริ่มออกเดินทาง และอาหารง่าย ๆ หลายอย่างกลับอร่อยกว่าที่คิด
- Tamago Sando จาก 7-Eleven และ FamilyMart
แซนด์วิชไข่ของญี่ปุ่นไม่ใช่ของกินแก้หิวแบบขอไปที ขนมปังนุ่ม ไส้ไข่เนียน มีรสหวานมันเบา ๆ และกินง่ายมากตอนต้องรีบขึ้นรถไฟ จุดที่ดีคือหาซื้อได้แทบทุกมุมเมือง ราคาไม่แรง และไม่ต้องลุ้นเรื่องภาษา ถ้าเพิ่งถึงโตเกียวเช้าวันแรก เมนูนี้ช่วยให้เริ่มวันได้ง่ายกว่าการลากกระเป๋าไปหาร้านใหญ่ - ร้านโซบะเปิดเช้าใน Kanda และ Akihabara
บริเวณ Kanda และ Akihabara มีร้านโซบะที่คนทำงานแวะกินก่อนเข้าบริษัท บางร้านเป็นแบบยืนกิน บางร้านมีที่นั่งเล็ก ๆ เมนูหลักคือโซบะร้อนหรือเย็น ใส่เทมปุระชิ้นเล็ก ไข่ หรือเต้าหู้ทอด ราคาโดยมากอยู่ราว 400 ถึง 700 เยน รสชาติเรียบง่าย แต่ได้ความรู้สึกเช้าแบบโตเกียวจริง ๆ สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด ร้านลักษณะนี้เหมาะมาก เพราะกินไว ไม่เลอะ และเดินต่อได้เลย - Depachika ของ Isetan Shinjuku หลัง 10 โมง
ถ้าเริ่มวันในชินจูกุ ลองเข้าโซนอาหารใต้ห้างของ Isetan Shinjuku หลังเปิดราว 10 โมง จะเจอ Bento ซูชิ ของทอด สลัด ของหวาน และอาหารกล่องที่จัดสวยกว่าร้านทั่วไปมาก จุดต่างอยู่ที่วัตถุดิบและหน้าตาอาหาร บางกล่องเหมาะซื้อไปกินที่สวนหรือกลับโรงแรม ถ้าไม่อยากนั่งร้านนาน Depachika เป็นตัวเลือกที่ช่วยประหยัดแรงได้ดี โดยเฉพาะวันที่ต้องเดินหลายจุด
มื้อกลางวัน เลือกแบบไหนให้คุ้มกับเวลาและงบ
มื้อกลางวันในโตเกียวควรดูจากเวลาที่มีอยู่จริง ไม่ใช่จากรายชื่อร้านดังอย่างเดียว เพราะบางร้านอร่อยแต่คิวยาวจนกินเวลาทั้งบ่าย โดยเฉพาะวันที่ตารางเที่ยวแน่น การเลือกมื้อกลางวันที่เหมาะกับสถานการณ์จะช่วยให้วันนั้นไม่เหนื่อยเกินไป
| สถานการณ์ | เมนูแนะนำ | งบโดยประมาณ |
| อยากอิ่มงบไม่เกิน 1,000 เยน | Teishoku, Gyudon (Yoshinoya, Matsuya) มีข้าวหน้าเนื้อ ข้าวแกงกะหรี่ เซตปลา เซตหมู และซุป | 500-900 เยน |
| อยากนั่งร้านแต่ไม่อยากรอนาน | Tonkatsu แถว Shibuya (ระบบตู้กดตั๋ว) พร้อมข้าว กะหล่ำปลี และซุป | 700-1,200 เยน |
| อยากกินของที่ไม่มีในไทย | Kaisen-don ที่ Tsujihan (Nihonbashi) ข้าวหน้าทะเลรวมปลาดิบ ไข่ปลา และเติมน้ำซุปเป็นข้าวต้มช่วงท้ายได้ | 1,200 เยนขึ้นไป |
ของกินช่วงบ่ายที่หาได้เฉพาะในโตเกียว
ช่วงบ่ายเป็นเวลาที่ดีสำหรับของกินเล่น เพราะมื้อกลางวันเริ่มย่อยแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น โตเกียวมีขนมหลายอย่างที่ควรกินตรงนั้นมากกว่าซื้อกลับ เพราะความอร่อยอยู่ที่ความร้อน กลิ่น และบรรยากาศรอบตัว

- Melon Pan ร้อน ๆ จาก Kagetsudo ใน Asakusa
ถ้าเดินออกจากวัดเซ็นโซจิแล้วอยากหาอะไรหวาน ๆ Kagetsudo เป็นร้านที่เหมาะมาก Melon Pan ของที่นี่ชิ้นใหญ่ ผิวนอกกรอบ หอมเนย ด้านในนุ่มเบา กินตอนอุ่น ๆ จะต่างจากขนมปังเมลอนตามร้านสะดวกซื้อชัดเจน แนะนำให้ซื้อแล้วกินบริเวณนั้นเลย เพราะถ้าถือไปนานผิวนอกจะเริ่มนิ่ม - Taiyaki แบบ original ที่ Naniwaya Sohonten ใน Azabu-Juban
แม้จะอยู่คนละพื้นที่กับ Asakusa แต่ถ้ามีโอกาสผ่าน Azabu-Juban ร้าน Naniwaya Sohonten ก็เป็นอีกจุดที่ควรแวะ ร้านเปิดมาตั้งแต่ปี 1909 และถือเป็นหนึ่งในร้านไตยากิชื่อดังของโตเกียว แป้งบาง กรอบ และไส้ถั่วแดงไม่หวานจนเกินไป กินร้อน ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมร้านนี้ถึงได้รับความนิยมต่อเนื่องมานานกว่าศตวรรษ - Soft serve รสพิเศษตามช่วงเวลา
ซอฟต์เสิร์ฟที่เปลี่ยนเมนูไปตามช่วงของปีหาได้ตามโซนขนมในห้าง แถวสถานีใหญ่ ๆ หรือร้านนมจากฮอกไกโดที่มาเปิดในโตเกียว เช่น Shinjuku, Tokyo Station Gransta หรือ Ginza บางช่วงมีรสสตรอว์เบอร์รี พีช องุ่น มันหวาน เกาลัด หรือช็อกโกแลตเข้ม ๆ แล้วแต่ฤดูกาลและรายการของร้าน ถ้าเห็นรสแปลกที่ไม่มีในไทยและคิวไม่ยาวเกินไป ลองสักโคนก็มักไม่ผิดหวัง
เย็นถึงดึก กินแบบไหนถึงได้บรรยากาศโตเกียวจริง ๆ
มื้อเย็นเป็นช่วงที่โตเกียวเปลี่ยนอารมณ์ชัดมาก จากบรรยากาศเร่งรีบของวันทำงานกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการกินดื่ม ไฟร้านเล็ก ๆ เริ่มเปิด คนท้องถิ่นเลิกงาน และตรอกอาหารหลายแห่งเริ่มคึกคัก หากมีเวลาเที่ยวเองในช่วงเย็น ลองเลือกร้านตามสไตล์คนที่เดินทางไปด้วย จะช่วยให้มื้อนั้นสนุกขึ้นมาก
- ไปกับครอบครัวหรือมีผู้สูงอายุ
Sukiyaki ใน Ginza เหมาะกับกลุ่มที่อยากนั่งกินสบาย ๆ ไม่ต้องเดินหาร้านหลายรอบ ร้านแนวนี้มักมีบรรยากาศนั่งสบาย บางแห่งมีห้องส่วนตัว และพนักงานช่วยดูแลการปรุงอาหาร ค่าอาหารต่อคนมักอยู่ในระดับหลายพันเยน เหมาะกับคืนที่อยากกินดีขึ้นหน่อยและไม่อยากยืนรอคิวนาน - ไปกับเพื่อน
Yakitori ใต้รางรถไฟบริเวณ Yurakucho หรือ Omoide Yokocho ให้บรรยากาศโตเกียวแบบที่ร้านสวย ๆ ให้ไม่ได้ กลิ่นควัน เสียงคนคุย ผู้คนที่นั่งเบียดกันตามร้านเล็ก ๆ บรรยากาศคึกคักรอบเตาย่างที่ส่งกลิ่นหอมออกมาตลอดเวลา ทำให้มื้อนี้สนุกมากถ้าไปกับเพื่อน เมนูที่สั่งง่ายคือเนื้อไก่ ตับ หนังไก่ ต้นหอมพันไก่ และลูกชิ้นไก่ ถ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็สั่งชาอู่หลงหรือโซดาได้ - ไปคนเดียว
ราเมนร้านแบบมีฉากกั้นสไตล์ Ichiran ใน Shibuya เหมาะกับคนที่อยากกินเงียบ ๆ ไม่ต้องคุยกับใครมาก เลือกความเข้มของซุป ความนุ่มของเส้น และเครื่องเคียงผ่านใบสั่งได้ พนักงานเสิร์ฟจากช่องหน้าเคาน์เตอร์ กินเสร็จก็ลุกออกได้เลย

ของที่ต้องกินที่โตเกียวเท่านั้น หาที่อื่นไม่ได้
โตเกียวมีรสชาติแบบ Edo-mae ที่คนเที่ยวจำนวนมากยังไม่ค่อยได้ลอง เพราะเมนูเหล่านี้ไม่ได้เด่นในโซเชียลเท่าราเมนหรือซูชิ แต่ถ้าอยากรู้ว่าของกินโตเกียวต่างจากเมืองอื่นตรงไหน ควรลองเลือกอย่างน้อยหนึ่งเมนูจากกลุ่มนี้
- Fukagawa-meshi
หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นข้าวหน้าหอยแมลงภู่ตุ๋นมิโซะ แต่เมนูดั้งเดิมของโตเกียวใช้หอยอาซาริเป็นหลัก นำมาต้มกับมิโซะหรือโชยุแล้วราดบนข้าว รสออกเค็มหวาน หอมทะเล และมีความบ้าน ๆ แบบเมืองเก่าฝั่งตะวันออก เมนูนี้ไม่ค่อยอยู่ในแผนเที่ยวทั่วไปนัก ถ้ามีเวลาไปบริเวณ Fukagawa หรือ Kiyosumi-Shirakawa ลองหาเป็นมื้อกลางวันจะเหมาะมาก - Monjayaki ใน Tsukishima
Monjayaki ต่างจาก Okonomiyaki ตรงที่แป้งเหลวกว่ามาก เวลากินจะค่อย ๆ ใช้ช้อนเล็ก ๆ ตักจากกระทะร้อนทีละคำ หน้าตาอาจไม่ได้สวยเท่าแพนเค้กญี่ปุ่นแบบโอซาก้า แต่รสชาติสนุกกว่าเวลานั่งกินกับเพื่อน บริเวณ Tsukishima มีร้าน Monjayaki เรียงกันหลายร้าน ถ้าไม่เคยกินมาก่อน เลือกร้านที่พนักงานช่วยทำให้จะง่ายกว่า - Dojo Nabe ใน Asakusa
Dojo Nabe คือหม้อปลาน้ำจืดตัวเล็กที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า ปลาโดโจ (Loach) เมนูเก่าแก่สไตล์เอโดะที่ยังพบได้ในโตเกียวปัจจุบัน รสชาติค่อนข้างเฉพาะทาง คนที่ชอบลองอาหารท้องถิ่นน่าจะสนุกกับเมนูนี้ หากอยากสัมผัสบรรยากาศดั้งเดิม ร้าน Komakata Dozeu ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1801 ถือเป็นหนึ่งในร้านชื่อดังของ Asakusa ที่ยังคงเสิร์ฟเมนูนี้มาจนถึงทุกวันนี้
วางแผนกินไม่ถูก ทีมลูกหมูทราเวลช่วยได้
สำหรับคนที่อยากจัดเส้นทางเที่ยวและร้านอาหารให้ไปทางเดียวกัน การมีผู้ช่วยวางแผนอาจช่วยลดเวลาค้นหาข้อมูลได้มาก โดยเฉพาะเมื่อเดินทางกับครอบครัวหรือผู้สูงอายุ ลูกหมูทราเวลเป็นบริษัทนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตนำเที่ยวถูกต้องตามกฎหมาย เลขที่ 11/13373 และสามารถให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางท่องเที่ยว ร้านอาหาร และช่วงเวลาอิสระในแต่ละแผนเดินทางได้ตามความเหมาะสม หากยังไม่แน่ใจว่าจะจัดวันกินอย่างไรให้คุ้มเวลา สามารถสอบถามทีมงานได้โดยตรง
ถ้าใครกำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวอยู่ ควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละโปรแกรมก่อน เพราะแต่ละเส้นทางมีการจัดมื้ออาหารแตกต่างกัน บางโปรแกรมรวมอาหารหลายมื้อไว้แล้ว ขณะที่บางวันจะมีช่วงเวลาอิสระให้เลือกกินร้านดังหรือร้านท้องถิ่นตามสไตล์ของตัวเอง
คำถามที่คนมักถามก่อนไปโตเกียว
มีค่อนข้างเยอะ แต่ต้องดูส่วนผสมให้ดี เพราะบางเมนูที่ดูไม่มีเนื้ออาจใช้น้ำซุปปลา หมู หรือไก่เป็นฐาน ตัวเลือกที่กินง่ายขึ้นคือโซบะเย็น เต้าหู้ ของทอดผัก ข้าวปั้นบางไส้ ร้านอาหารมังสวิรัติ และร้านอินเดียหรือร้านสลัดในสถานีใหญ่ ถ้ากินมังสวิรัติแบบเคร่ง ควรเตรียมชื่อวัตถุดิบที่เลี่ยงเป็นภาษาญี่ปุ่นไว้ในมือถือ
โตเกียวใช้บัตรได้เยอะขึ้น แต่ร้านเล็ก ร้านโซบะ ร้านขนมเก่าแก่ และร้านในตรอกอาหารบางแห่งยังรับเงินสดเป็นหลัก ถ้าเน้นกินร้านทั่วไป ควรมีเงินสดติดตัววันละประมาณ 5,000 ถึง 8,000 เยนต่อคนสำหรับอาหารและของกินเล่น ส่วนมื้อที่ตั้งใจไปร้านเฉพาะหรือร้านนั่งดีขึ้น ควรเผื่อมากกว่านั้น
ขึ้นอยู่กับร้าน ร้านราเมน ข้าวหน้าเนื้อ โซบะ ร้านขนม และร้านกินเล่นส่วนใหญ่เดินเข้าได้ แต่ต้องยอมรอคิวบ้าง ส่วนร้านซูชิ โอมากาเสะ สุกียากี้ เทมปุระ หรือร้านที่มีที่นั่งน้อย ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์ และช่วงวันหยุดญี่ปุ่น ถ้าไม่อยากผูกเวลาแน่นเกินไป เลือกร้านสำรองไว้ใกล้ ๆ กันจะช่วยได้มาก