ปักกิ่งมักถูกจำในฐานะเมืองของพระราชวัง กำแพงเมืองจีน จัตุรัสใหญ่ และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก แต่สำหรับ Gen Z ที่ชอบเที่ยวแบบได้เดิน ได้ถ่ายรูป แวะ Café และเห็นไลฟ์สไตล์ของคนท้องถิ่น เมืองนี้ยังมีอีกด้านที่ทำให้ทัวร์ปักกิ่งน่าสนใจกว่าการไปเช็กอินสถานที่สำคัญตามลิสต์เดิม
ปักกิ่งเป็นเมืองที่ของเก่ากับของใหม่อยู่ด้วยกันได้โดยไม่รู้สึกแปลก หลายพื้นที่ยังมีฮูทงเก่า กำแพงอิฐ ร้านน้ำชา หรือหน้าต่างไม้แบบเดิมอยู่ แต่ข้างในอาจกลายเป็นร้านดีไซน์ แกลเลอรี คาเฟ่ หรือสตูดิโอเล็ก ๆ ที่ตีความความเป็นจีนใหม่ในแบบที่คนรุ่นนี้เข้าใจง่ายขึ้น ถ้ากำลังดูแผนเที่ยวปักกิ่งแล้วอยากให้การเดินทางมีมากกว่าพระราชวังต้องห้ามหรือกำแพงเมืองจีน ลองเพิ่มพื้นที่อาร์ตเหล่านี้เข้าไป แล้วปักกิ่งในทริปจะดูต่างออกไปมากกว่าที่นึกไว้

ปักกิ่งอีกมุมที่ Gen Z อยากเดินและถ่ายรูป
ความน่าสนใจของปักกิ่งสำหรับ Gen Z ไม่ได้อยู่แค่สถานที่ใหญ่หรือมุมถ่ายรูปดัง แต่อยู่ที่การได้เข้าไปในพื้นที่ที่เมืองยังมีชีวิตอยู่จริง บางมุมเป็นถนนที่คนท้องถิ่นใช้กลับบ้าน บางมุมเป็นร้านกาแฟในบ้านเก่า บางมุมเป็นอาคารโรงงานที่เปลี่ยนเป็นพื้นที่ศิลปะ และบางมุมเป็นถนนแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่ออกมาแต่งตัว ใช้ชีวิต และทำคอนเทนต์ของตัวเอง แผนเที่ยวที่มีเวลาให้แวะพื้นที่แบบนี้จะทำให้ปักกิ่งดูต่างจากภาพจำเดิมมากขึ้น
ถ้ามีเวลาพอหยุดดูสิ่งรอบตัวบ้าง หลายจุดในปักกิ่งจะให้ฟีลต่างออกไปมาก ทั้งหน้าร้าน กลิ่นอาหาร กำแพงเก่า ป้ายภาษาจีน หรือร้านที่เดินเจอโดยบังเอิญ ถ้ามีเวลาแค่ลงรถ ถ่ายรูป แล้วขึ้นรถต่อ หลายแห่งจะดูเหมือนจุดแวะธรรมดา ทั้งที่เสน่ห์จริงอยู่ระหว่างทางมากกว่าจุดเดียวบนแผนที่
New Chinese ในปักกิ่ง คือฟีลจีนยุคใหม่ที่เดินเจอได้จริง
คำว่า New Chinese ในการเที่ยวปักกิ่งไม่ได้หมายถึงแค่การใส่ชุดจีนสวย ๆ หรือถ่ายรูปกับอาคารทรงโบราณ แต่เป็นวิธีที่เมืองนำความเป็นจีนดั้งเดิมกลับมาเล่าใหม่ให้เข้ากับชีวิตปัจจุบัน เช่น ฮูทงที่มีร้านกาแฟซ่อนอยู่ บ้านเก่าที่กลายเป็นร้านดีไซน์ แกลเลอรีที่ใช้โรงงานเดิมเป็นฉาก หรือร้านแฟชั่นที่หยิบแรงบันดาลใจจากจีนยุคใหม่มาทำให้ดูใกล้ตัวขึ้น แผนที่มีมุมแบบนี้จะทำให้ปักกิ่งดูต่างออกไปจากที่เคยนึกภาพไว้
เสน่ห์ของ New Chinese ในปักกิ่งอยู่ที่ความไม่เนี๊ยบจนเหมือนฉากจัดไว้ถ่ายรูป ทุกอย่างยังมีร่องรอยของเมืองจริง ทั้งทางเดินแคบ กำแพงเก่า จักรยานหน้าบ้าน ร้านอาหารเล็ก ๆ และคนท้องถิ่นที่ยังใช้พื้นที่เดียวกันในชีวิตประจำวัน ถ้าอยากได้ฟีลนี้ ลองมองหาสถานที่ที่ยังมีร่องรอยเก่าอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ฉากสวยที่จัดไว้ถ่ายรูป
798 Art District พื้นที่โรงงานเก่าที่กลายเป็นศิลปะยุคใหม่
798 Art District เป็นจุดที่เหมาะสำหรับเริ่มอ่านปักกิ่งในมุมยุคใหม่ เพราะพื้นที่นี้มีฐานมาจากกลุ่มอาคารโรงงานเก่า ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นแหล่งรวมแกลเลอรี นิทรรศการ สตูดิโอ งานศิลปะ ร้านหนังสือ ร้านดีไซน์ และมุมถ่ายรูปที่ยังเก็บกลิ่นอายอุตสาหกรรมเดิมไว้พอสมควร ใครที่อยากได้รูปแนวสตรีทหรือภาพเมืองที่ต่างจากวังและกำแพงเมืองจีน แถวนี้ควรอยู่ในลิสต์ที่ลองดู
สิ่งที่ทำให้ 798 ต่างจากพื้นที่อาร์ตทั่วไป คือบรรยากาศของอาคารที่ยังดูแข็ง มีโครงเหล็ก กำแพงอิฐ ท่อเก่า และพื้นที่ขนาดใหญ่แบบโรงงาน ทำให้งานศิลปะที่อยู่ข้างในไม่หวานหรือจัดฉากเกินไป ก่อนจัดวันเที่ยวอาจ ดูแผนที่ 798 Art District ไว้คร่าว ๆ เพราะที่นี่ไม่ได้มีจุดเดียวที่ไปถึงแล้วจบ แต่มีหลายอาคาร หลายซอย และหลายมุมที่ต้องค่อย ๆ เข้าออกเอง ถ้าเวลาแน่นเกินไป อาจได้เห็นแค่ป้ายหรือมุมถ่ายรูปหลัก แล้วพลาดบรรยากาศจริงของพื้นที่นี้ไป
Google Map: https://share.google/NgBNRdSBkSTRd5mYY

Sanlitun แหล่งแฟชั่น คาเฟ่ และไลฟ์สไตล์เมืองใหญ่ของคนรุ่นใหม่
Sanlitun เป็นอีกหน้าหนึ่งของปักกิ่งที่ต่างจากภาพเมืองประวัติศาสตร์ค่อนข้างชัด บริเวณนี้มีทั้งห้าง ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ร้านแฟชั่น และพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ออกมาใช้ชีวิต โดยเฉพาะคนที่อยากเห็นปักกิ่งในฐานะเมืองใหญ่ที่มีรสนิยมทันสมัย Sanlitun จะช่วยให้แผนเที่ยวมีสีของเมืองปัจจุบันมากขึ้น ไม่ได้หนักไปทางพระราชวัง ฮูทง หรือสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างเดียว
สำหรับสายคอนเทนต์ Sanlitun ให้ภาพคนละแบบกับ 798 ถ้า 798 คืออาร์ตและพื้นผิวของโรงงานเก่า Sanlitun คือแฟชั่น แสงไฟ หน้าร้าน และพลังของเมืองใหญ่ เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัว แวะร้านอาหาร ถ่ายสตรีทแฟชั่น หรืออยากเห็นว่าคนรุ่นใหม่ในปักกิ่งใช้วันหยุดกันแบบไหน ถ้าไปกับวัยรุ่น คนทำงานรุ่นใหม่ หรือคนที่อยากมีช่วงเที่ยวเบา ๆ หลังจากเก็บแลนด์มาร์กหลักมาทั้งวัน Sanlitun เป็นจุดที่ช่วยให้ตารางเที่ยวดูไม่จำเจ
Google Map: https://share.google/kgsCmkOXILHPn6nv7

Nanluoguxiang ฮูทงเก่าที่เดินง่าย ถ่ายรูปสนุก และยังมีชีวิตประจำวันให้เห็น
Nanluoguxiang เป็นหนึ่งในฮูทงที่คนเที่ยวปักกิ่งรู้จักกันมาก เพราะเข้าถึงง่าย มีร้านอาหาร ของกินเล่น ร้านของฝาก และมุมถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ จุดที่ทำให้ที่นี่เหมาะกับคนไปปักกิ่งครั้งแรกคือการได้สัมผัสฟีลฮูทงโดยไม่ต้องเข้าไปในตรอกลึกมากก็เริ่มเห็นบ้านเก่า ประตูสีแดง กำแพงอิฐ และบรรยากาศของชุมชนเก่าในปักกิ่ง ถ้าแผนเที่ยวมีจุดนี้อยู่ด้วย จะช่วยให้เห็นเมืองเก่าแบบไม่ต้องวางแผนเยอะ
แต่ถ้าจะเที่ยว Nanluoguxiang ให้สนุก ควรมองมากกว่าแค่ถนนหลัก เพราะความน่าสนใจอยู่ที่ตรอกย่อยและมุมเล็กมุมน้อยรอบตัว เช่น หน้าบ้านเก่า ร้านน้ำชา ร้านขนม หรือคนท้องถิ่นที่ยังใช้พื้นที่นี้ในชีวิตประจำวัน แม้บางช่วงจะมีนักท่องเที่ยวเยอะ แต่ถ้าค่อย ๆ แวะดูรอบตัว จะเห็นว่าฮูทงไม่ได้เป็นแค่ฉากถ่ายรูป แต่ยังเป็นวิธีอยู่ร่วมกันของเมืองเก่ากับร้านใหม่ ๆ เหมาะกับการแทรกไว้ในช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะเที่ยวได้เรื่อย ๆ และมีร้านให้พักระหว่างทาง
Google Map: https://share.google/j2uNbfiUfDsqSkSLQ

Dashilar และ Yangmeizhu เมื่อเมืองเก่าถูกเล่าใหม่ผ่านดีไซน์ ร้านคราฟต์ และหน้าร้านสมัยใหม่
Dashilar และ Yangmeizhu เหมาะกับคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองเก่าในแบบที่ละเอียดกว่าแค่ถนนคนเดิน เพราะพื้นที่แถวนี้มีทั้งกลิ่นอายการค้าเก่า อาคารเตี้ย ตรอกแคบ ร้านหนังสือ ร้านงานคราฟต์ ร้านกาแฟ และหน้าร้านที่ออกแบบให้ดูสมัยใหม่ขึ้นโดยยังไม่ตัดขาดจากถนนเดิมทั้งหมด ถ้าอยากให้การเที่ยวปักกิ่งได้เห็นเมืองเก่าในแบบที่ลึกกว่าแค่ถนนคนเดิน แถวนั้นช่วยเพิ่มสีสันให้วันเที่ยวได้ดีมาก
เสน่ห์ของ Dashilar และ Yangmeizhu คือการเห็นงานดีไซน์อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มาในรูปของพิพิธภัณฑ์ใหญ่หรือห้างใหม่เท่านั้น บางร้านใช้บ้านเก่ามาปรับเป็นพื้นที่ขายของ บางหน้าร้านใช้วัสดุเรียบ ๆ แต่ยังเก็บสัดส่วนของอาคารเดิมไว้ ทำให้ความเป็นจีนเก่าไม่ได้ดูไกลตัวเสมอไป สำหรับคนที่ชอบงานคราฟต์ แบรนดิ้ง หน้าร้าน หรือสถาปัตยกรรมเก่าที่ถูกปรับใหม่ จุดนี้จะทำให้ทริปดูไม่แบนแค่สถานที่ดัง
Google Map: https://share.google/F3nw1UE1TxRAPRPWF
Wudaoying ฮูทงสายคาเฟ่ ร้านเล็ก ๆ และบรรยากาศปักกิ่งที่ช้าลง
Wudaoying ให้ความรู้สึกต่างจาก Nanluoguxiang ตรงที่บรรยากาศนิ่งกว่าและเหมาะกับการเที่ยวแบบไม่รีบ ที่นี่มีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านเล็ก ๆ และมุมเงียบที่ช่วยพักจากสถานที่ใหญ่ในปักกิ่งได้ดี หลังจากใช้เวลาทั้งวันกับพระราชวัง กำแพงเมืองจีน หรือถนนที่คนเยอะ การได้แวะฮูทงที่เมืองดูไม่รีบจะช่วยให้ตารางเที่ยวมีช่วงผ่อนลง โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายหน้าร้าน นั่งดื่มกาแฟ หรือเลือกซื้อของที่ไม่เหมือนของฝากทั่วไป
ถ้าแผนเที่ยวมีช่วงหายใจบ้าง ที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดที่นั่งพักได้โดยไม่รู้สึกว่าเสียเวลา ไม่ได้มีแค่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่สำคัญ แต่ยังมีมุมเล็ก ๆ สำหรับนั่งพัก แวะร้าน และค่อย ๆ ดูชีวิตของคนเมืองปักกิ่งในแบบที่ไม่ต้องเร่งตามคนอื่น
Google Map: https://share.google/SgMBIMb0dnK8N0wxt
เลือกแวะที่ไหนก่อนดี ขึ้นอยู่กับสไตล์การเที่ยว
การเลือก 5 พื้นที่นี้ไม่จำเป็นต้องไปทั้งหมดในวันเดียว เพราะแต่ละที่ให้บรรยากาศต่างกัน และควรเลือกตามเวลา แรงเดิน และคนที่ไปด้วย ถ้าไปกับเพื่อนวัยใกล้กัน อาจจัดตารางให้แวะหลายจุดได้มากขึ้น แต่ถ้ามีครอบครัวหรือผู้สูงอายุร่วมการเดินทาง ควรเลือกบางแห่งที่เที่ยวได้ง่ายและมีที่พักระหว่างทาง
- สายอาร์ตและแกลเลอรี
เริ่มที่ 798 Art District เพราะมีทั้งโรงงานเก่า งานศิลปะ และร้านดีไซน์ ควรเผื่อเวลาไว้พอสมควร เพราะมุมดี ๆ ไม่ได้อยู่แค่ทางเข้า - สายแฟชั่นและเมืองใหญ่
เริ่มที่ Sanlitun ถ้าอยากได้รูปที่ดูสมัยใหม่ มีคาเฟ่ ร้านอาหาร และบรรยากาศเมืองใหญ่ให้แวะได้เรื่อย ๆ - สายฮูทงที่เข้าถึงง่าย
เริ่มที่ Nanluoguxiang เหมาะกับคนไปปักกิ่งครั้งแรก เพราะไม่ต้องวางแผนเยอะ มีของกิน ร้านเล็ก ๆ และบรรยากาศตรอกเก่าให้เห็นชัด - สายดีไซน์และเมืองเก่า
เริ่มที่ Dashilar และ Yangmeizhu ถ้าสนใจหน้าร้าน งานคราฟต์ อาคารเก่า และการปรับพื้นที่เดิมให้ดูใหม่ขึ้นแบบไม่ตัดขาดจากถนนเดิม - สายคาเฟ่และเที่ยวช้า ๆ
เริ่มที่ Wudaoying ในวันที่อยากลดความแน่นของตาราง อยากแวะร้านเล็ก ๆ และอยากเห็นปักกิ่งในมุมที่ไม่เร่งเหมือนสถานที่หลัก
| พื้นที่ | บรรยากาศหลัก | เหมาะกับใคร | เวลาแนะนำ |
| 798 Art District | อาร์ต โรงงานเก่า และแกลเลอรี | คนชอบศิลปะและภาพเมืองดิบ | ครึ่งวัน |
| Sanlitun | แฟชั่น คาเฟ่ และเมืองใหญ่ | คนชอบแต่งตัวและทำคอนเทนต์ | บ่ายถึงเย็น |
| Nanluoguxiang | ฮูทง ของกิน และร้านเล็ก ๆ | คนไปครั้งแรกหรือมากับครอบครัว | บ่ายหรือเย็น |
| Dashilar และ Yangmeizhu | ดีไซน์ งานคราฟต์ และถนนเก่า | คนชอบร้านมีคาแรกเตอร์ | ครึ่งวัน |
| Wudaoying | คาเฟ่ ฮูทง และบรรยากาศเงียบกว่า | คนอยากเที่ยวช้า ๆ | บ่ายแก่ถึงเย็น |
วางแผน 5 จุดนี้ยังไงให้ไม่เหนื่อยเดินทาง
ปักกิ่งเป็นเมืองใหญ่ และแต่ละพื้นที่ไม่ได้อยู่ติดกันทั้งหมด การใส่ 798, Sanlitun, Nanluoguxiang, Dashilar, Yangmeizhu และ Wudaoying ลงในวันเดียวอาจทำให้เหนื่อยเกินไป โดยเฉพาะถ้ายังมีแลนด์มาร์กหลักอย่างพระราชวังต้องห้าม จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือกำแพงเมืองจีนอยู่ในแผนด้วย
วิธีที่เที่ยวได้จริงกว่าคือแยกพื้นที่ตามโซนและบรรยากาศของวัน เช่น วันหนึ่งอาจเน้นเมืองยุคใหม่อย่าง 798 และ Sanlitun อีกวันค่อยเก็บฝั่งฮูทงและถนนเก่าอย่าง Nanluoguxiang, Wudaoying, Dashilar หรือ Yangmeizhu การแยกแบบนี้จะช่วยให้มีเวลาอยู่กับแต่ละพื้นที่มากขึ้น ไม่ต้องนั่งรถข้ามเมืองบ่อย และยังไม่ทำให้ทุกแห่งกลายเป็นแค่จุดถ่ายรูปสั้น ๆ ถ้าดูตารางเที่ยวที่ค่อนข้างแน่น ควรเช็กว่ามีวันไหนที่แผนเบากว่า หรือมีช่วงเย็นที่ออกไปเดินเล่นได้บ้าง เพราะบางทีสิ่งที่จำได้จากทริปไม่ได้อยู่ที่แลนด์มาร์ก แต่อยู่ที่ร้านเล็ก ๆ ข้างทางที่แวะโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทัวร์ปักกิ่งแบบไหนที่ Gen Z เดินเมืองได้จริง
Gen Z ที่เลือกไปกับทัวร์ไม่ได้แปลว่าไม่อยากเดินเอง หลายคนยังอยากมีรูป มีคลิป มีเวลาแวะร้าน และได้เห็นเมืองในแบบที่ตัวเองสนใจ เพียงแต่ไม่อยากจัดการทุกอย่างตั้งแต่ตั๋ว โรงแรม รถรับส่ง การเดินทางข้ามเมือง หรือเรื่องจุกจิกที่อาจทำให้เหนื่อยก่อนถึงสถานที่จริง ทัวร์ที่เหมาะกับ Gen Z ควรมีช่วงให้เดินเองบ้าง ไม่ต้องลงรถแล้วขึ้นรถทันทีทุกจุด แต่ก็ไม่ต้องเริ่มวางแผนเองทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์
ก่อนเลือกแผนเที่ยว ลองดูแต่ละวันให้ดีว่ามีพื้นที่อย่าง Sanlitun, Nanluoguxiang หรือถนนคนเดินยุคใหม่แทรกอยู่บ้างไหม มีเวลาช่วงเย็นให้เดินเองหรือเปล่า และการเดินทางระหว่างจุดต่าง ๆ ดูเหนื่อยเกินไปไหม คนที่อยากทำคอนเทนต์จริงควรเลือกแผนที่มีเวลาพอให้แวะดูสิ่งรอบตัว ทั้งหน้าร้าน ตรอกเล็ก คาเฟ่ และบรรยากาศของคนในพื้นที่ ถ้าดูแผนแล้วยังมีช่วงให้เดินเองบ้าง แบบนั้นแหละที่ Gen Z น่าจะชอบมากกว่า
Lookmoo Travel ช่วยวางแผนทริปปักกิ่งให้ได้ทั้งแลนด์มาร์กและเวลาเดินเมือง
สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากไปจริง ๆ ลองเช็กก่อนว่าแผนเที่ยวที่สนใจยังเปิดให้เดินในพื้นที่พวกนี้บ้างไหม Lookmoo Travel มีใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/13373 และมีเส้นทางปักกิ่งหลายแบบให้ดูก่อนตัดสินใจ ทั้งสำหรับคนไปกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่มีผู้สูงอายุร่วมการเดินทางด้วย แต่ละเส้นทางมีแผนแต่ละวันให้อ่านได้ก่อน ว่ายังมีเวลาสำหรับเดินเมืองและแวะพื้นที่อาร์ตบ้างไหม หรือแน่นจนต้องรีบทุกจุด สามารถเทียบเส้นทางทัวร์ปักกิ่ง แล้วดูว่าแผนไหนเหมาะกับสไตล์เที่ยวของตัวเองมากที่สุด
เรื่องที่ควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยวปักกิ่งสายอาร์ต
ควรใส่ไว้ถ้ามีเวลา เพราะพื้นที่อาร์ตจะทำให้ทริปปักกิ่งไม่ถูกจำแค่ในมุมเมืองประวัติศาสตร์เท่านั้น คนที่ไปครั้งแรกอาจเริ่มจากแลนด์มาร์กหลักก่อน แล้วค่อยเพิ่ม 798 Art District, Sanlitun หรือ Nanluoguxiang เข้าไปในวันที่ตารางไม่แน่นเกินไป วิธีนี้จะทำให้ได้เห็นทั้งจีนคลาสสิกและจีนยุคใหม่ในการเดินทางครั้งเดียวกัน
ถ้ามีเวลาน้อย ไม่จำเป็นต้องเก็บครบทั้ง 5 แห่ง ให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบที่สุด เช่น 798 สำหรับงานศิลปะ Sanlitun สำหรับแฟชั่นและเมืองใหญ่ หรือ Nanluoguxiang สำหรับฮูทงที่เที่ยวได้ไม่ยาก การเลือกน้อยลงแต่มีเวลาเที่ยวจริง มักทำให้จำสถานที่ได้ดีกว่าการรีบแวะหลายจุดในวันเดียว
798 Art District เหมาะกับคนที่ชอบคอนเทนต์แนวอาร์ต โรงงานเก่า กำแพงอิฐ นิทรรศการ และภาพเมืองที่มีพื้นผิวดิบกว่า ส่วน Sanlitun เหมาะกับคนที่ชอบแฟชั่น คาเฟ่ แสงไฟ ร้านอาหาร และบรรยากาศเมืองใหญ่ที่ดูทันสมัยกว่า ทั้งสองจุดทำให้การเที่ยวปักกิ่งมีภาพคนละอารมณ์ และช่วยให้คอนเทนต์ไม่ออกมาซ้ำกัน ฃ
ถ้าอยากได้ฟีลศิลปะและแกลเลอรี ควรเลือก 798 ก่อน แต่ถ้าอยากได้ภาพเที่ยวเมือง แต่งตัว ถ่ายสตรีทแฟชั่น หรือแวะร้านอาหาร Sanlitun จะตอบโจทย์กว่า คนที่มีเวลาอาจจัดสองจุดนี้ไว้คนละช่วงของวัน เพื่อให้วันนั้นมีทั้งภาพอาร์ตและภาพเมืองใหญ่ในทริปเดียวกัน
มีโอกาสทำได้ ถ้าเลือกแผนที่ไม่ได้จัดตารางแน่นตลอดทั้งวัน และมีบางช่วงให้เดินเองหรือแวะพื้นที่เมืองยุคใหม่มากขึ้น ก่อนจองควรดูแผนแต่ละวันว่าให้เวลาในแต่ละสถานที่นานพอไหม มีช่วงเย็นหรือช่วงอิสระหรือเปล่า และจุดที่ไปอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน
สำหรับคนที่อยากทำคอนเทนต์จริง ควรเลือกแผนที่มีเวลาพอให้เดิน ไม่ใช่แค่ลงรถแล้วถ่ายรูปหน้าแลนด์มาร์ก เพราะ City Walk ต้องใช้เวลามองสิ่งรอบตัว ทั้งหน้าร้าน ตรอกเล็ก คาเฟ่ และบรรยากาศของคนในพื้นที่