เวลาทำการ : จันทร์-เสาร์ 08.00-17.00 น.
เบอร์โทรติดต่อ
เบอร์โทรติดต่อ
/
ถ้าพระราชวังต้องห้ามพูดได้ คงบอกว่าลูกหลานทำได้ดีมาก

ถ้าพระราชวังต้องห้ามพูดได้ คงบอกว่าลูกหลานทำได้ดีมาก

ถ้าพระราชวังต้องห้ามพูดได้ คงบอกว่าลูกหลานทำได้ดีมาก

เดินเข้าพระราชวังต้องห้ามตอนเช้าๆ ก่อนคนแน่น กำแพงแดง หลังคาสีทอง ลานกว้าง และประตูที่ซ้อนกันไปเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าเมืองทั้งเมืองถูกวางแผนมาอย่างตั้งใจตั้งแต่ต้น เส้นแกนกลางที่ทอดยาวผ่านอาคารสำคัญแต่ละหลังยังทำให้เราเห็นวิธีคิดเรื่องลำดับและอำนาจที่ถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน อีกทั้งรายละเอียดเล็กๆ อย่างลวดลายบนหลังคาและสัดส่วนของลานก็ยิ่งทำให้การเดินชมไม่น่าเบื่อเลย

ถ้าพระราชวังต้องห้ามพูดได้ คงมองดูความเปลี่ยนแปลงของปักกิ่งด้วยรอยยิ้มเงียบๆ มองตึกใหม่ สนามบินใหม่ พิพิธภัณฑ์ใหม่ แล้วพยักหน้าเบาๆ เพราะหลายอย่างที่เห็นในเมืองวันนี้ยังมีเลือดเนื้อบางส่วนมาจากเมืองเก่า เพียงแค่ถูกเล่าใหม่ด้วยกระจก เหล็ก อิฐ และพื้นที่ว่างที่คนยุคนี้ใช้ชีวิตอยู่จริง ความน่าสนใจของปักกิ่งจึงไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่างอดีตหรืออนาคต แต่อยู่ที่การได้เห็นทั้งสองยุคเดินเคียงกันในเมืองเดียวอย่างกลมกลืน และยิ่งสังเกตมากเท่าไร ก็ยิ่งเห็นความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ตามอาคารและพื้นที่สาธารณะทั่วเมืองมากขึ้นเท่านั้น 

Free Exterior view of the Forbidden City in Beijing, showcasing traditional Chinese architecture. Stock Photo

สถานที่ในปักกิ่งที่เห็น DNA เดียวกันใน 2 ยุค

คนที่วางแผนทัวร์ปักกิ่งสายสถาปัตย์จะพบว่าปักกิ่งมีหลายจุดที่เห็นการส่งต่อวิธีคิดแบบจีนได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าหรืองานออกแบบใหม่ ความน่าสนใจคือแต่ละแห่งไม่ได้ลอกอดีตมาใช้ตรงๆ แต่หยิบแนวคิดเรื่องพื้นที่ แกนกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับอาคารมาเล่าต่อในรูปแบบที่ร่วมสมัยกว่าเดิม

  • พระราชวังต้องห้าม
    จุดเริ่มต้นควรเป็นพระราชวังต้องห้าม เพราะที่นี่ทำให้เราเข้าใจคำว่าแกนกลางของเมืองได้ตั้งแต่ก้าวแรก ทางเดินหลัก ลานขนาดใหญ่ ประตูที่ซ้อนกัน และการวางอาคารตามลำดับทำให้คนเดินรู้สึกถึงความสำคัญของแต่ละพื้นที่โดยไม่ต้องมีป้ายอธิบายเยอะ
  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน
    พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน อยู่ริมจัตุรัสเทียนอันเหมิน ฝั่งตรงข้ามเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ตัวอาคารใหญ่ หนักแน่น และใช้แนวเส้นตรงคุมสายตา คล้ายวิธีคิดของอาคารราชสำนัก แต่เล่าออกมาในภาษาของพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่
  • China Zun Tower หรือ CITIC Tower บริเวณ CBD
    พอไปถึงย่าน CBD แล้วมอง China Zun Tower จะเห็นว่าตึกสูงก็ยังยืมเส้นโค้งของภาชนะจีนโบราณมาใช้ รูปร่างที่คอดช่วงกลางและผายออกด้านบนทำให้ตึกไม่ได้เป็นแท่งกระจกธรรมดา แต่มีเงาของวัตถุเก่าซ่อนอยู่ในความสูงแบบเมืองธุรกิจ ใครที่มาทัวร์ปักกิ่งแล้วผ่านย่าน CBD ยืนดูจากถนนก็เห็นบทสนทนาระหว่างสองยุคได้ชัดแล้ว
  • 798 Art District
    798 Art District ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบวังหรือพิพิธภัณฑ์ แต่มันน่าสนใจเพราะเปลี่ยนพื้นที่โรงงานเก่าให้กลายเป็นย่านศิลปะ ผนังปูน ท่อเหล็ก โครงหลังคา และลานเปิดถูกใช้ต่อโดยไม่ลบอดีตทิ้ง เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำพื้นที่เดิมกลับมาใช้ใหม่ โดยยังเก็บเสน่ห์และเรื่องราวของสถานที่เอาไว้ 
  • Red Brick Art Museum
    Red Brick Art Museum เป็นที่ที่อิฐแดงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ผนัง แต่กลายเป็นภาษาออกแบบของทั้งสถานที่ ทางเดินแคบ ลานเปิด น้ำ เงา และกำแพงอิฐทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านสวนจีนในเวอร์ชันร่วมสมัย บรรยากาศของที่นี่ค่อยๆ เปิดเผยรายละเอียดให้เห็นระหว่างทาง ยิ่งเดินก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ของงานออกแบบมากขึ้น 
  • Beijing Daxing International Airport
    สนามบินต้าซิงอาจดูไกลจากภาพเมืองเก่า แต่พอเข้าไปในอาคารผู้โดยสารจะเห็นการจัดผังที่มีจุดศูนย์กลางเป็นหัวใจของพื้นที่อย่างชัดเจน โถงใหญ่ตรงกลางแตกแขนงออกไปหลายทิศทางเหมือนดอกไม้หรือเมืองที่มีแกนหลักอยู่ข้างใน เป็นงานใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูง แต่ยังมีวิธีจัดพื้นที่แบบจีนแฝงอยู่ 
Free Two people walk along a classic Chinese brick wall surrounded by lush greenery and trees. Stock Photo

เดินเชื่อมจุดเหล่านี้ได้จริงในหนึ่งวัน

ถ้าจะเก็บทั้งหกจุดในวันเดียว ต้องยอมรับก่อนว่าวันนี้จะค่อนข้างแน่น และคำว่าเดินในที่นี้คือเดินดูตัวสถานที่เป็นช่วงๆ แล้วต่อกันด้วยรถไฟใต้ดินกับรถยนต์ ไม่ใช่เดินเท้าลากยาวทั้งวัน เส้นทางที่พอเป็นไปได้คือเริ่มจากโซนเทียนอันเหมินตอนเช้า ไล่ไป CBD ช่วงบ่าย แล้วออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนปิดท้ายที่สนามบินต้าซิงในช่วงค่ำหรือวันที่มีไฟลต์พอดี

สถานที่เวลาโดยประมาณเกร็ดที่ควรรู้
พระราชวังต้องห้าม08.30 ถึง 11.00 น.ควรเริ่มเช้าเพราะแสงยังนุ่มและคนยังไม่หนา โดยค่อยๆ เดินตามแนวแกนหลักของพระราชวังจากประตูใต้ขึ้นเหนือ จะเห็นลำดับพื้นที่ชัดที่สุด 
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน11.30 ถึง 12.45 น.จากโซนพระราชวังต้องห้ามให้ใช้รถหรือเดินย้อนลงมาแถวจัตุรัสเทียนอันเหมิน เหมาะกับการดูตัวอาคารและเลือกชมนิทรรศการบางส่วน
China Zun Tower หรือ CITIC Tower13.30 ถึง 14.15 น.นั่งรถไฟใต้ดินสายหลักไปย่าน Guomao แล้วเดินดูจากระดับถนน จะเห็นตึกชัดกว่าการเงยหน้าดูจากใต้ตึกเกินไป
798 Art District15.00 ถึง 16.15 น.จาก CBD ใช้รถจะประหยัดแรงกว่า ช่วงบ่ายเหมาะกับการเดินดูแกลเลอรี คาเฟ่ และผนังโรงงานเก่าที่รับแสงเฉียงสวย
Red Brick Art Museum16.45 ถึง 18.00 น.ต่อรถจาก 798 ไปได้ค่อนข้างสะดวก ช่วงเย็นเหมาะกับลานอิฐ ทางเดิน และแสงเงาตามกำแพงมากกว่าช่วงเที่ยง
Beijing Daxing International Airport19.30 น. เป็นต้นไปเหมาะกับคนที่มีไฟลต์กลับจากต้าซิง หรือแยกไว้ดูวันขาเข้าและขาออก ถ้าต้องไปจาก Red Brick ควรเผื่อเวลาเดินทางยาวหน่อย

ก่อนล็อกวันเที่ยว ควรเช็กวันปิดของพระราชวังต้องห้าม พิพิธภัณฑ์ และ Red Brick Art Museum อีกครั้ง โดยเฉพาะวันจันทร์ วันหยุดจีน และช่วงที่มีงานพิเศษ เพราะบางแห่งต้องจองล่วงหน้าและไม่เหมาะกับการไปลุ้นหน้างาน

New Chinese ไม่ได้แค่เอาหลังคาโค้งมาติดตึกใหม่

New Chinese Architecture ที่น่าสนใจในปักกิ่งไม่ได้เกิดจากการเอาหลังคาทรงจีนไปวางบนตึกกระจกเฉยๆ งานแบบนี้เริ่มจากวิธีคิดเรื่องพื้นที่ก่อน เช่น จะให้คนเดินจากจุดไหนไปจุดไหน จะให้ลานว่างทำหน้าที่พักสายตาอย่างไร จะให้แสงเข้ามาแบบตรงๆ หรือผ่านช่องแคบก่อนถึงตัวอาคาร พอเดินทัวร์ปักกิ่งสายสถาปัตย์จริงๆ จะเห็นว่าตึกใหม่หลายแห่งยังคุยกับเมืองเก่าอยู่ตลอด เพียงแต่เปลี่ยนภาษาจากไม้ หิน และกระเบื้องเคลือบ มาเป็นกระจก เหล็ก คอนกรีต และอิฐที่ทำงานกับแสงได้ดีขึ้น

เสน่ห์แบบจีนที่ซ่อนอยู่ในงานสมัยใหม่จึงไม่ได้อยู่ที่หน้าตาอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีทำให้คนรู้สึกถึงลำดับ ความสงบ และพื้นที่ตรงกลางที่ดึงทุกอย่างเข้าหากัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกทัวร์ปักกิ่งในมุมสถาปัตยกรรม เพราะเมืองนี้ไม่ได้มีแค่โบราณสถานหรือแลนด์มาร์กใหม่แยกกันคนละเรื่อง แต่เป็นการเดินดูวิวัฒนาการของแนวคิดเดียวกันที่ถูกส่งต่อข้ามยุคสมัย 

Free Stunning view of Beijing's skyline featuring the China Zun Tower under a vibrant blue sky. Stock Photo

สิ่งที่สถาปัตยกรรมเก่าถ่ายทอดมาถึงงานออกแบบปัจจุบัน

  • แกนกลางที่ทำให้เราไม่หลงทางทางสายตา
    พระราชวังต้องห้ามใช้แกนกลางพาเราเดินจากประตูหนึ่งไปอีกประตูหนึ่งอย่างชัดเจน งานใหม่หลายแห่งในปักกิ่งก็ยังใช้ความคิดนี้ เพียงแต่เปลี่ยนจากทางเดินราชสำนักเป็นโถงหลัก ลานกลาง หรือเส้นสายของตึกสูงที่พาให้สายตามีที่ยึด
  • ลานโล่งที่ไม่ได้ว่างเปล่า
    ลานในสถาปัตยกรรมจีนมักทำหน้าที่มากกว่าพื้นที่ว่าง มันช่วยให้คนหยุด หายใจ มองอาคารจากระยะที่พอดี และรับรู้ขนาดของสถานที่ งานใหม่อย่างพิพิธภัณฑ์หรือย่านศิลปะยังใช้ลานแบบนี้เพื่อให้คนไม่รู้สึกถูกตึกบีบตลอดเวลา
  • แสงที่ถูกปล่อยเข้ามาทีละชั้น
    อาคารเก่าหลายแห่งไม่ได้เปิดแสงทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ให้เราเจอเงาก่อน แล้วค่อยเห็นแสงผ่านประตู ช่องผนัง หรือแนวหลังคา งานร่วมสมัยอย่าง Red Brick Art Museum ใช้วิธีนี้ชัดมาก เดินไปเรื่อยๆ แล้วแสงจะเปลี่ยนความรู้สึกของผนังอิฐตลอดทาง
  • วัสดุที่ทำให้เมืองมีน้ำหนักในความทรงจำ
    กระเบื้อง ไม้ หิน และกำแพงแดงของเมืองเก่าทำให้ปักกิ่งมีสัมผัสที่จำได้ทันที งานใหม่หลายแห่งเลือกใช้อิฐ คอนกรีตเปลือย หรือผิวโลหะที่ไม่ได้เรียบจนไร้ชีวิต พอเดินดูใกล้ๆ จะรู้สึกว่าวัสดุยังเล่าเรื่องเมืองนี้ได้อยู่

วางแผนเที่ยวปักกิ่งให้ได้เห็นทั้งสองยุค

คนที่กำลังลังเลว่าจะจัดเองหรือเลือกทัวร์ปักกิ่ง มักติดตรงที่อยากเห็นทั้งพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ ย่านศิลปะ และเมืองใหม่ แต่ไม่อยากให้แต่ละวันแน่นจนหมดแรงกลางทาง เลือกแผนที่จัดเวลาพอดี มีช่วงเดินจริง มีเวลาพัก และไม่ย้ายโซนมั่ว จะทำให้ปักกิ่งสนุกขึ้นมาก Lookmoo Travel เป็นบริษัททัวร์ไทยที่มีใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/13373 จึงเหมาะกับคนที่อยากให้มีคนช่วยดูเส้นทาง ตั๋ว เวลาเดินทาง และความเหมาะสมของคนร่วมทริปก่อนตัดสินใจ ลองเริ่มจากการ เช็กเส้นทางทัวร์ปักกิ่งของ Lookmoo Travel

คำถามที่คนมักสงสัยก่อนไปปักกิ่ง

ช่วงไหนที่อากาศดีที่สุดสำหรับปักกิ่ง

ฤดูใบไม้ผลิช่วงเมษายนถึงพฤษภาคม และฤดูใบไม้ร่วงช่วงกันยายนถึงตุลาคมมักเดินสบายที่สุด อากาศไม่หนาวจัดหรือร้อนจัดเกินไป เหมาะกับการเดินดูสถาปัตยกรรมกลางแจ้งหลายจุดในวันเดียว

ต้องขอวีซ่าไหมถ้าไปปักกิ่ง

คนไทยถือพาสปอร์ตธรรมดาเดินทางเข้าจีนเพื่อท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในรอบ 180 วัน สำหรับคนที่เลือกทัวร์ปักกิ่งแบบเที่ยวสั้น 4–6 วัน โดยทั่วไปจึงไม่ต้องเตรียมวีซ่าเพิ่ม

ใช้เวลากี่วันถึงจะดูสถาปัตยกรรมในปักกิ่งได้ครบ

ถ้าอยากเก็บเฉพาะจุดหลักแบบแน่นๆ 1 วันพอเห็นแกนของเมืองเก่ากับเมืองใหม่ได้ แต่ถ้าอยากเดินพิพิธภัณฑ์ ย่านศิลปะ และสนามบินต้าซิงแบบไม่รีบ ควรมีอย่างน้อย 3–4 วัน ทัวร์ปักกิ่งที่จัดเวลาไม่อัดเกินไปจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของแต่ละจุดได้ดีกว่า

เที่ยวเองหรือเลือกทัวร์ปักกิ่งแบบไหนเหมาะกว่ากัน

ถ้าเน้นดูสถาปัตยกรรมหลายจุดในเวลาจำกัด การเลือกทัวร์ปักกิ่งที่วางเส้นทางไว้แล้วจะช่วยลดเวลาเดินทางข้ามเมืองและจัดลำดับสถานที่ได้มีประสิทธิภาพกว่า แต่ถ้ามีเวลาหลายวันและอยากใช้เวลาอยู่กับแต่ละสถานที่นานๆ การเที่ยวเองก็ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า ขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทางของแต่ละคน